F4B ตอบโจทย์อะไร
ต้องยอมรับว่าวิถีชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่เมื่อเติบโตขึ้นมาแล้วจะพัฒนาเติบโตไปในแนวทางใด
ขึ้นอยู่กับอิทธิพลของครอบครัวอย่างมาก อิทธิพลของครอบครัวที่ว่านี้ คือ เจตคติ (Attitude) ในการเลี้ยงดูและการส่งเสริมพัฒนาการ ครอบครัวส่วนใหญ่ในสังคมไทย ประกอบด้วย พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งขึ้นอยู่ว่าบุคคลในครอบครัวเหล่านี้ให้ความสำคัญกับกับพัฒนาการและการค้นหาตัวตนของลูกหลานมากน้อยเพียงใด หากให้ความสำคัญมาก มักจะทุ่มเทให้ทั้งเวลาและงบประมาณอย่างเต็มที่ ยึดลูกหลานเป็นศูนย์กลาง แต่หากยังไม่เห็นความสำคัญ มักยึดตัวตนของตนเองเป็นศูนย์กลาง หมายความว่าหากถ้าผู้ปกครองไม่จัดสรรเวลา ไม่จัดสรรงบประมาณ โอกาสที่เด็กจะมีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากการเรียนหนังสือภาคบังคับที่โรงเรียน การทำการบ้าน หรืออาจจะมีเรียนพิเศษบ้าง ก็ย่อมมีน้อยลงด้วย หากจะพิจารณาว่าเราให้ลูกหลานของเราทุ่มเทไปในทิศทางใด
สามารถพิจารณาได้จากแนวทางการมุ่งเน้นด้านต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่ม 1
เน้นการเรียนในระบบเป็นหลัก มักมุ่งหวังความโดดเด่นทางวิชาการ นอกจากเรียนที่โรงเรียนแล้วต้องติวเข้มหรือเรียนเสริมนอกเวลาจากสถาบันสอนพิเศษต่างๆ ในช่วงเย็นหลังเลิกเรียนหรือวันหยุด
กลุ่ม 2
เน้นการทำกิจกรรมเป็นหลัก มักมุ่งหวังค้นหาความถนัดหรือความชอบของลูกหลาน จึงไม่เน้นการเรียนหนักจนเกินไป เป็นเพียงการเรียนในชั้นเรียนปกติเท่านั้น ไม่มีการติวหรือเรียนเสริมนอกเวลา บางครอบครัวอาจใช้วิธีการจัดการศึกษานอกระบบ
กลุ่ม 3
เน้นการเรียนและการทำกิจกรรมไปพร้อมกัน มักมุ่งหวังให้เรียนและทำกิจกรรมอื่นๆ ให้ได้ในระดับพอประมาณเท่าๆ กัน เด็กกลุ่มนี้มักใช้เวลาเรียนตามปกติในชั้นเรียน ส่วนนอกเวลาเรียนจะทำกิจกรรมเสริมตามความชอบหรือความถนัด สำหรับกลุ่ม 3 ถือได้ว่าผู้ปกครองต้องรับภาระหนักขึ้นในการดูแล สนับสนุน ส่งเสริมให้เหมาะสมตามเวลาและกิจกรรมที่เลือกทำ และอาจมีเรื่องงบประมาณที่เพิ่มขึ้นจาก 2 กลุ่มข้างต้น
LANGUAGE . MENTAL . PHYSICAL . SKILLS
ปัจจุบันตัวผมเองมีลูกสาวกำลังอยู่ในวัยเด็ก อายุ 5 ขวบ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่การเรียนทางวิชาชีพครูและการทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและการเพิ่มขีดสมรรถนะของนักกีฬา ทำให้เรียนรู้ว่าครอบครัวมีความสำคัญกับการพัฒนาคนให้เติบใหญ่อย่างมีคุณภาพ ประกอบกับการมีคู่ชีวิตที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กและการใช้หลักจิตวิทยาในการเลี้ยงดูและการพัฒนาตนเองอย่างรอบด้านทำให้มั่นใจว่าเราสามารถสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพได้ โดยผ่านการให้ความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับธรรมชาติของแต่ละครอบครัว
ผมและภรรยามีแนวคิดตั้งแต่เริ่มต้นว่าเราจะเลี้ยงดูลูกตามวัยให้เป็นไปตามพัฒนาการอย่างเหมาะสม ไม่เร่งเหมือนใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อให้เพียงโตเท่านั้น แต่มุ่งเน้นให้ใช้แต่ละช่วงการเติบโตให้คุ้มค่า ดังนั้นการวางแผนในแต่ละช่วงเวลาจึงสำคัญ ต้องมีการตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าอยากให้เติบโตในทิศทางใด ผมได้ข้อสรุปกันว่าลูกต้องเรียนในระบบอย่างเหมาะสมเน้นให้มีความสามารถในการสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ จึงจำเป็นต้องเลือกเรียนในโรงเรียนนานาชาติ และทำกิจกรรมเสริมต่างๆ ที่สามารถทำได้อย่างเหมาะสมและมีคุณค่าตามสภาพของครอบครัว ประกอบด้วย การเล่นกีฬาที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ เช่น กอล์ฟ ว่ายน้ำ รวมถึงกิจกรรมบันเทิงสร้างความสนุกสนาน เช่น การเต้น การร้อง รวมถึงการเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัว เช่น การชกมวย ซึ่งแน่นอนว่าในเวลานี้ผมไม่ได้ต้องการให้ลูกเลือกว่าจะเป็นอะไรในอนาคต แต่อยากให้ลูกรู้จักอะไรที่มีอยู่มากมายในโลกของเราอย่างหลากหลาย ผ่านความกล้าในการคิด การตัดสินใจ การนำเสนอตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่รอดอย่างมีความสุขและค้นพบตนเองได้ในที่สุด ด้วยความสนใจส่วนตัว ผมศึกษาข้อมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วม 30 ปี จึงมั่นใจว่าการเล่นของเด็กอย่างถูกวิธีเป็นวิธีการนำไปสู่การพัฒนาเติบโตของสมองในวัยเด็กได้อย่างดีที่สุด และการพัฒนาเด็กควรเป็นการพัฒนาแบบองค์รวมทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ไม่ใช่เพียงแต่มุ่งเน้นสติปัญญาด้วยการจดจำจากตำราเพียงอย่างเดียว
ผมและภรรยามีแนวคิดตั้งแต่เริ่มต้นว่าเราจะเลี้ยงดูลูกตามวัยให้เป็นไปตามพัฒนาการอย่างเหมาะสม ไม่เร่งเหมือนใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อให้เพียงโตเท่านั้น แต่มุ่งเน้นให้ใช้แต่ละช่วงการเติบโตให้คุ้มค่า ดังนั้นการวางแผนในแต่ละช่วงเวลาจึงสำคัญ ต้องมีการตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าอยากให้เติบโตในทิศทางใด ผมได้ข้อสรุปกันว่าลูกต้องเรียนในระบบอย่างเหมาะสมเน้นให้มีความสามารถในการสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ จึงจำเป็นต้องเลือกเรียนในโรงเรียนนานาชาติ และทำกิจกรรมเสริมต่างๆ ที่สามารถทำได้อย่างเหมาะสมและมีคุณค่าตามสภาพของครอบครัว ประกอบด้วย การเล่นกีฬาที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ เช่น กอล์ฟ ว่ายน้ำ รวมถึงกิจกรรมบันเทิงสร้างความสนุกสนาน เช่น การเต้น การร้อง รวมถึงการเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัว เช่น การชกมวย ซึ่งแน่นอนว่าในเวลานี้ผมไม่ได้ต้องการให้ลูกเลือกว่าจะเป็นอะไรในอนาคต แต่อยากให้ลูกรู้จักอะไรที่มีอยู่มากมายในโลกของเราอย่างหลากหลาย ผ่านความกล้าในการคิด การตัดสินใจ การนำเสนอตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่รอดอย่างมีความสุขและค้นพบตนเองได้ในที่สุด ด้วยความสนใจส่วนตัว ผมศึกษาข้อมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วม 30 ปี จึงมั่นใจว่าการเล่นของเด็กอย่างถูกวิธีเป็นวิธีการนำไปสู่การพัฒนาเติบโตของสมองในวัยเด็กได้อย่างดีที่สุด และการพัฒนาเด็กควรเป็นการพัฒนาแบบองค์รวมทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ไม่ใช่เพียงแต่มุ่งเน้นสติปัญญาด้วยการจดจำจากตำราเพียงอย่างเดียว
ด้วยความตั้งใจของคนเป็นพ่อที่มีอาชีพเป็นครูสอนกอล์ฟ จึงมีความหวังอยากให้ลูกสาวได้เล่นกอล์ฟ ขณะเดียวกันอยากให้มีกิจกรรมอื่นๆ ด้วย โดยอยากให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อตอบโจทย์ผู้ปกครองและผู้อยากพัฒนาตนเองอย่างรอบด้านด้วยการไม่ใช้เวลาไปกับการเดินทางหลายแห่ง แต่ขอรวบรวมกิจกรรมทั้งหมดที่เป็นประโยชน์และเชื่อมั่นว่าจะสามารถพัฒนาลูกหลานของเราได้ภายใต้พื้นที่เดียวกัน ผมจึงตัดสินใจสร้างศูนย์การเรียนรู้ด้านการพัฒนาตนเอง (Personal Development) โดยเน้นการพัฒนาภาษาต่างประเทศ การพัฒนาบุคลิกภาพ การพัฒนาร่างกายและจิตใจด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย โดยใช้ชื่อศูนย์ว่า “Fit for Better” หรือ “Fit 4 Better” ณ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟธนบุรี ถนนพระรามสอง ซอย 45 ใกล้โรงพยาบาลบางมด
ตัวอย่างกิจกรรมภายใต้การดำเนินงานของ Fit for Better ได้แก่ การฝึกภาษาอังกฤษและภาษาจีน โดยมุ่งเน้นให้เกิดความมั่นใจในการสื่อสาร การเสริมสร้างความแข็งแรง ความอดทน ความคล่องแคล่ว และความยืดหยุ่นของร่างกาย กระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น การปีนหน้าผา การฝึกความยืดหยุ่นร่างกายขั้นพื้นฐาน การกระโดดแทมโบลีน การขว้าง การโยน การปีนเชือกแนวดิ่ง การโหนตัว การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของจิตใจให้สามารถจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยความมั่นคงทางอารมณ์ สามารถดูแลปกป้องตนเองด้วยการใช้ศิลปะป้องกันตัวอย่างถูกต้อง เช่น มวยไทย และศิลปะป้องกันตัวประยุกต์ต่างๆ
Fit 4 Better
จะเป็นสถานที่รวมตัวของเด็กและครอบครัวที่ต้องการพัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน
โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำและดูแลลูกหลานของท่านด้วยความรักและความใส่ใจเสมือนเราเป็นครอบครัวเดียวกัน
Fit 4 Better
จะเปิดดำเนินการเร็วๆ นี้ หากท่านใดสนใจสามารถเยี่ยมชมสถานที่จริง