logo-fit4better

ทำอย่างไรให้ลูกไม่เลือกรับประทานอาหารเฉพาะที่ชอบ 

     พ่อแม่ทุกคนต่างทราบดีว่าการให้ลูกได้รับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะสารอาหารต่างๆ ที่ได้รับไปนั้นจะนำไปสู่การเจริญเติบโตทางร่างกาย พ่อแม่จึงคัดสรรเมนูอาหารกันมาอย่างดี แต่อาหารที่ถูกจัดเตรียมขึ้นโต๊ะอาหารไว้นั้น เด็กๆ บางบ้านมีความยินดีและเต็มใจที่จะรับประทานอย่างสำราญใจ แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายบ้านที่เมื่อเห็นอาหารแล้วทำท่าเอียนมาก เลี่ยงได้เลี่ยง บ้วนได้บ้วน แล้วจะทำอย่างไรกันดีเพื่อให้เด็กๆ รู้สึกว่าการรับประทานอาหารเป็นเรื่องง่าย อะไรก็ตามที่พ่อแม่จัดเตรียมมาให้ คือ สิ่งที่ต้องรับประทานให้ได้หมด 

     การที่เด็กๆ รู้จักเลือกรับประทานอาหาร ถือเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ผ่านการเรียนรู้เรื่องรสชาติของอาหารและขณะเดียวกันก็เรียนรู้ว่าพฤติกรรมหรือการกระทำใดของตนเองจะเกิดผลอย่างไรต่อสิ่งที่ต้องการ เช่น เมื่อไม่ชอบเพียงคายออกมา ทุกอย่างก็จบ พ่อแม่จะเปลี่ยนอาหารใหม่ทันที หรือเมื่อไม่หิวก็ไม่จำเป็นต้องรับประทาน ในทางตรงข้ามหากรับประทานอาหารหมดแล้วได้รับคำชื่นชมเสริมแรงทุกครั้งที่รับประทานอาหารใหม่ๆ หรือรับประทานตามเวลาในแต่ละมื้ออาหารจนเป็นเรื่องปกติ

     วิธีการง่ายๆ ทำได้ทุกบ้าน ในกรณีเด็กโตที่เริ่มสื่อสารกันเข้าใจ (ประมาณ 3 ขวบ ขึ้นไป) เมื่อเกิดความรู้สึกว่าอาหารที่ผ่านการรับรสแล้วรู้สึกไม่ถูกปาก พ่อแม่ควรให้กำลังใจและให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารนั้นๆ ว่าดีอย่างไร ช่วงแรกไม่ต้องให้ในปริมาณมาก ควรเป็นการให้เพื่อเรียนรู้ และทำแบบนี้กับอาหารอีกหลากหลายชนิดที่เด็กจะต้องเริ่มหัดรับประทาน 
ที่สำคัญพ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการเลือกรับประทานอาหารที่ดีด้วย ไม่ควรแสดงให้ลูกเห็นว่า อาหารนี้แม่ไม่ชอบ ส่วนอาหารนี้พ่อไม่ชอบ อาหารนี้ไม่อร่อย เพราะสิ่งที่พ่อแม่ทำลงไป ลูกจะเรียนรู้ว่าเขาสามารถทำได้เช่นกัน และเมื่อเขาแสดงออกเช่นเดียวกับพ่อแม่ที่ปฏิเสธอาหารที่ไม่ชอบ แล้วถูกต่อว่าหรือลงโทษจะยิ่งเกิดความรู้สึกต่อต้านพ่อแม่และอาหารชนิดนั้นๆ 

     จะเป็นไปได้ไหมว่าเด็กจะรับประทานได้ทุกอย่างตามที่ควรต้องรับประทาน คำตอบ คือ ได้แน่นอน อยู่ที่การสร้างวินัยในการรับประทานอาหาร โดยทำให้เป็นเรื่องปกติ เริ่มตั้งแต่

  1. กำหนดเวลาการรับประทานอาหารที่แน่นอน ไม่ใช่ว่าตื่นตอนไหน รับประทานตอนนั้น หิวตอนไหน รับประทานตอนนั้น บ้านที่ประสบกับปัญหาเรื่องลูกรับประทานยาก ตัวเล็กเพราะเลือกรับประทานอาหาร ส่วนใหญ่เริ่มต้นมาจากความคุ้นชินกับวิถีชีวิตของพ่อแม่ เช่น ไม่รับประทานอาหารเช้า หรืออาหารเช้าคืออาหารสาย อาหารเที่ยงคืออาหารบ่ายแก่ๆ หรือรับประทานต่อเมื่อหิว เพราะมื้อเช้ารับประทานกันสายมากแล้ว ส่วนอาหารเย็นกลายเป็นอาหารค่ำ เด็กๆ ที่ร่วมโต๊ะอาหารตามเวลาเช่นนี้ จะเกิดความเคยชินอีกทั้งระบบย่อยอาหารจะทำงานไม่ปกติ 
  2. อาหารที่จัดวางมาบนโต๊ะอาหาร ต้องรับประทานกันได้ทั้งครอบครัว จะไม่มีใครคนใดคนหนึ่งพูดย้ำว่า จานนี้ไม่ชอบ จานนี้ไม่อร่อย หรือรับประทานไม่หมด ทุกคนควรตักข้าวและอาหารให้พอดีกับแต่ละคน และรับผิดชอบอาหารในจานของตนเองให้หมด ทำให้เป็นเรื่องปกติ
  3. เมื่อมีอาหารเมนูใหม่ๆ ต้องสร้างเรื่องราวให้น่าสนใจและแฝงไว้ด้วยประโยชน์ของอาหารชนิดนั้น เพื่อให้เด็กคล้อยตามและชิมรสอาหารนั้นด้วยความเต็มใจ เมื่อรู้สึกเต็มใจและสนุกกับเรื่องเรื่องราวจะเกิดความรู้สึกเพลิดเพลินและไม่มีความเครียดในมื้ออาหารนั้น (ในกรณีอาหารบางอย่างอาจไม่ถูกปากจริงๆ ต้องไม่ฝืนจนเกินไป ไม่ต้องเน้นให้รับประทานทานมาก แต่สิ่งที่เน้น คือ ต้องชิมให้รู้จักรสชาติ เป็นการสร้างนิสัยไม่เลือกรับประทานอาหาร ทั้งนี้ใช้คำพูดกับลูกแบบตรงไปตรงมาได้เลยว่า “ลูกควรต้องชิมนิดหน่อย เพื่อให้รู้จักว่าหน้าตาอาหารแบบนี้ รสชาติเป็นอย่างไร คราวต่อไปเราจะรู้จักอาหารแต่ละชนิดมากขึ้น”) 
  4. การเสริมแรง การให้กำลังใจ การให้ข้อมูลตามจริง เช่น ขมนิดหน่อย มีกลิ่นผักหน่อยนะ และต่อท้ายด้วยว่ามีประโยชน์กับร่างกายเราอย่างไร ค่อยๆ ฝึกไปอย่างสม่ำเสมอให้เกิดความคุ้นชินจนกลายเป็นเรื่องปกติ