logo-fit4better

เคล็ดลับความสำเร็จด้านการรับรู้อารมณ์และกล้าแสดงความรู้สึกของตนเองกับบุคคลในครอบครัว

ในแต่ละวันเราต่างผ่านเรื่องราวมากมาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็มีเรื่องราวของตนเอง มีทั้งเรื่องราวความสุขและความไม่สบายใจ จะทำอย่างไรพ่อแม่ถึงจะรับรู้ความรู้สึกของลูก ขณะเดียวกันลูกได้รับรู้ความรู้สึกของพ่อแม่ เป็นแนวทางการสร้างความผูกพันอย่างแน่นหนาให้กับลูกและพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว ทำให้ครอบครัวแข็งแกร่งขึ้นและมีความเชื่อใจซึ่งกันและกัน วิธีการนี้ถือเป็นเคล็ดลับความสำเร็จด้านการรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของตนเอง ควรเป็นกิจกรรมประจำที่ร่วมกันทำก่อนนอนทุกคืน

ขั้นเริ่มต้น สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน ควรเริ่มจากพ่อแม่เป็นผู้เปิดคำถาม ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

พ่อ / แม่: วันนี้ลูกมีความสุขไหมคะ / ครับ
ลูก: มีค่ะ / ครับ
พ่อ / แม่: วันนี้ลูกมีความสุขเรื่องอะไรค่ะ / ครับ
ลูก: เรื่องที่แม่ให้หนูทานไอศกรีมค่ะ 
พ่อ / แม่: ลูกทราบไหมว่า เพราะอะไรแม่ถึงให้ลูกทานไอศกรีม (ควรให้เหตุผลประกอบ) เพราะวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน แม่คิดว่าถ้าลูกได้ทานไอศกรีมน่าจะเย็นชื่นใจ แต่แม่คงไม่ได้ให้ทานบ่อยๆ นะ เพราะไอศกรีมทานมากเกินไป ไม่ดีต่อร่างกายของเรา เพราะมีความหวานมาก และเย็นมาอาจทำให้เราไม่สบายได้ 
(หากลูกมีเรื่องพูดคุยต่อ พ่อแม่ใช้โอกาสนี้พูดคุยกับลูกได้เล็กน้อยก่อนนอน)

พ่อ / แม่: วันนี้ลูกมีเรื่องไม่สบายใจไหมคะ / ครับ
ลูก: มีค่ะ / ครับ
พ่อ / แม่: เรื่องอะไรที่ทำให้ลูกไม่สบายใจคะ / ครับ
ลูก: เรื่องที่พ่อไม่ให้ผมออกไปขี่จักรยานข้างนอกบ้าน
พ่อ / แม่ ลูกคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ
ลูก: ผมคิดว่าผมอยากไป ทั้งวันก็ไม่ได้ออกจากบ้าน อยู่แต่ในบ้าน เพื่อนเล่นก็ไม่มี เมื่อก่อนพ่อยังให้ไปได้เลย
พ่อ / แม่: (ให้เหตุผลตามความจริง) เช่น ช่วงนี้มีไวรัสโควิด ลูกทราบเรื่องนี้ทางข่าวในทีวีที่เรานั่งดูด้วยกันแล้วใช่ไหมว่ามันอันตรายมาก ตอนนี้ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่ลูกคนเดียวที่ต้องอยู่ในบ้าน พ่อแม่ก็ต้องอยู่เหมือนกัน พ่อเชื่อว่าเพื่อนๆ ลูก น่าจะต้องอยู่บ้านเหมือนกับเรา เอาแบบนี้ไหม (ให้ทางเลือก / เสนอทางออก) พรุ่งนี้เรามาช่วยกันคิดว่าเราจำอะไรกันได้บ้างในบ้านเรา หรือเรามาติดตามดูว่าสถานการณ์ไวรัสโควิดตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้ว 
ลูก: โอเคครับ

(กรณีที่ลูกตอบว่า “ไม่มีเรื่องอะไรครับ” ให้พ่อแม่ตอบว่า “ดีจัง ที่ลูกมีความสุข” ถ้าวันใดที่มีเรื่องไม่สบายใจ บอกพ่อกับแม่ได้ตลอดนะ ในช่วงแรกๆ ลูกอาจยังไม่กล้าบอก ไม่ต้องรีบเร่ง ให้รอเวลาและจังหวะ อาจใช้วิธีการแสดงตัวอย่างจากพ่อถามแม่ แม่ถามพ่อ และแสดงความรู้สึกห่วงใยและให้แนวคิดต่อกัน ในไม่ช้าลูกจะกล้าคุยกับเราด้วยการตัดสินใจของตัวเอง)

เมื่อคุ้นชินกับการพูดคุยกันก่อนนอนแบบนี้แล้ว ขั้นต่อไป พ่อแม่ค่อยเริ่มกระตุ้นลูก ให้ถามความรู้สึกของพ่อแม่บ้าง (ไม่ต้องรีบเร่ง เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนแรก ต้องอาศัยเวลาให้เกิดความรู้สึกเคยชิน อุ่นใจทั้งจากคำถามและคำตอบที่ได้รับ) เป็นการถามความรู้สึกและได้ระบายความรู้สึกที่ติดค้างกันมาตลอดวัน ให้หมดไปในทุกคืน) 

สิ่งสำคัญสำหรับกิจกรรมก่อนนอนเช่นนี้ มุ่งเน้นข้อมูลเชิงบวกจะไม่มีการต่อว่าหรือตำหนิซึ่งกันและกัน แต่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแนวคิด ปรับอารมณ์ ฟื้นคืนความรู้สึกดีๆ ต่อกัน เปิดใจรับเรื่องราวใหม่ที่ถูกต้อง